รู้จัก LED TV กันให้มากขึ้น เพื่อการเลือกซื้ออย่างชาญฉลาด

LED TV

หนึ่งในรูปแบบทีวีที่ได้รับความนิยมสูงและมียอดจำหน่ายติดอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยหลายปีติดต่อกัน คงไม่มีใครจะเกิน LED TV ก่อนหน้าที่ทีวีแบบนี้จะบูมขึ้นมาก็เป็นยุคของ LCD TV มาก่อน แต่เทคโนโลยีอุปกรณ์ทีวีและเครื่องเสียงมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้โลกของความบันเทิงภายในบ้านมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่นวัตกรรมใหม่ที่ดีกว่าอย่างก้าวกระโดด นั่นเป็นที่มาที่ทำให้ LED TV ขึ้นมาครองใจและครองตลาดผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วแบบไม่น่าเชื่อ ถ้าตอนนี้คุณกำลังเล็งทีวีเครื่องใหม่ที่เป็นแอลอีดีแบบนี้อยู่ล่ะก็ คุณไม่ควรพลาดเรื่องนี้เพราะเราจะนำสิ่งน่ารู้ดี ๆ เกี่ยวกับทีวีแบบแอลอีดีที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน มาบอกเล่าให้คุณรู้ก่อนที่จะไปเลือกซื้อ

มาทำความรู้จัก LED TV ให้ดีกันเสียก่อน

Full LED

LED TV มีมากกว่าหนึ่งแบบให้เลือกซื้อ นี่คือสิ่งหนึ่งที่คุณอาจจะไม่รู้ ซึ่งปกติแล้วจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

  1. EDGE LED

ทีวีประเภทนี้จะมีหลอด LED ที่เป็นตัวให้แสงของทีวีวางอยู่ 4 ตำแหน่งบริเวณขอบจอ และให้หลอดทั้ง 4 นั้นฉายแสงมาสู่ตรงกลางจอ TV ซึ่งข้อดีของการจัดวางตำแหน่งหลอดแบบนี้ก็คือ สามารถทำให้ตัวทีวีและขอบจอบางลง และช่วยให้ประหยัดไฟมากขึ้น แต่ข้อจำกัดของรูปแบบนี้ก็คือเรื่องของความคมชัด การจัดวางหลอดไว้ที่ขอบจอจะทำให้ความคมชัดของภาพลดลงไปบ้างนั่นเอง

  1. Full LED

ทีวีประเภทนี้จะแตกต่างกับแบบแรกตรงตำแหน่งการจัดวางหลอด LED ซึ่งจะมีการใช้หลอดเป็นแผงเลย มีจำนวนหลอดเยอะมากขึ้นและวางอยู่ด้านหลังของจอ ซึ่งจำนวนหลอด LED ที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยให้การเปิดและปิดของแสงทำได้ต่อเนื่อง ทำให้จุดเด่นของประเภทนี้คือความคมชัดของภาพ แต่แน่นอนก็ต้องแลกมาด้วยการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น ทำให้รูปแบบนี้กินพลังงานมากขึ้นและตัวเครื่องจะมีความหนากว่าแบบแรก ซึ่งอันที่จริงแล้วได้มีการผลิตทีวีรูปแบบนี้แยกย่อยออกมา อีก 2 ประเภท คือ

  • Direct ก็คือ Full LED แบบลดสเปกบางอย่างลงมา ด้วยเหตุผลทางด้านราคา เนื่องจากต้องการให้คนทั่วไปซื้อหาได้แบบไม่ยากเกินไป
  • RGB แบบนี้ก็คือ Full LED สเปกสูง ที่สามารถให้ความคมชัดและเฉดสีที่ละเอียดมากขึ้นกว่า Full LED ธรรมดา แต่ก็ตามมาด้วยราคาที่สูงขึ้นด้วย

จะเลือกซื้ออุปกรณ์ทีวีใด ๆ ก็ควรพิจารณาให้รอบด้าน

ปัจจัยเรื่องพื้นฐานที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้ออุปกรณ์ทีวีหรือเครื่องเสียง ที่เป็นเรื่องของความบันเทิงในบ้านนั้น สิ่งที่คุณควรจะต้องคำนึงและนำมาใช้พิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อก็คือ

  • ขนาด คุณจะต้องรู้ก่อนว่าทีวีหรือเครื่องเสียง ที่จะซื้อมานั้นจะเอาไปวางและติดตั้งใช้งานที่ห้องไหน อย่างถ้าคุณตั้งใจจะซื้อ LED TV ขนาดใหญ่สัก 60 นิ้ว คำถามก็คือ เอาเข้าบ้านได้ไหม และ ห้องกว้างพอที่จะวางทีวีขนาดใหญ่แบบนั้นหรือไม่ ขนาดของห้องและสัดส่วนพื้นที่ในบริเวณบ้านนั้น จะเป็นสิ่งที่ช่วยบ่งบอกว่าคุณควรซื้อทีวีหรือเครื่องเสียงใหญ่ขนาดไหนถึงจะเหมาะ
  • ลักษณะการใช้งานของคุณและคนในบ้าน ถ้าพูดถึงเทคโนโลยี LED TV ในปัจจุบันต้องบอกว่ามีฟังก์ชันการใช้งานที่เยอะมาก เรียกว่าเยอะจนใช้งานไม่ครบเลยทีเดียว แต่ฟังก์ชันที่มากมายนั้นจำเป็นสำหรับคุณหรือไม่ก็คงต้องถามตัวคุณดูเอง ถ้าคุณต้องการใช้ดูข่าว ละคร และภาพยนต์ทั่วไปจากกล่องรับสัญญาณทีวีธรรมดา ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อทีวีที่มีฟังก์ชันการทำงานซับซ้อน แต่ถ้าคุณเน้นว่าจะต้องนำทีวีมาต่อกับอุปกรณ์ทีวีเพื่อความบันเทิงอีกหลากหลาย ทั้งเกม เครื่องเล่น หรือ เครื่องเสียง แบบนี้ฟังก์ชันการใช้งานบางอย่างก็ดูจะจำเป็น แต่อย่างลืมนะทีวีที่มีลูกเล่นมากขึ้นก็ราคาสูงขึ้นด้วย ตรงนี้จึงต้องพิจารณาให้ดี

ตอนนี้คุณคงได้ข้อมูลที่น่าสนใจที่ช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อ LED TV ได้ง่ายขึ้นกันแล้ว เชื่อว่าคงจะพอเป็นประโยชน์ที่จะทำให้คุณเลือกซื้อได้ง่ายมากยิ่งขึ้น จะเลือกซื้อทั้งทีก็ดูให้ละเอียดและรู้ให้ลึกก่อนดีกว่า หากทำได้แบบนี้รับรองว่าทีวีที่คุณเลือก จะกลายเป็นเครื่องโปรดประจำบ้านแน่นอน