รถขนของราคาถูก

เลือกใช้รถขนของอย่างไร ให้เหมาะสมกับงาน

สมัยนี้หลายคนไม่นิยมที่จะใช้รถส่วนตัวของตัวเอง เอามาบรรทุกสิ่งของหนักๆ อย่างเช่นการจะย้ายบ้าน หรือว่าการขนพืชพันธ์เกษตร ที่มีน้ำหนักมากๆ ก็มักจะเลือกใช้บริการรถขนของราคาถูก มาช่วยในการอำนวยความสะดวก ซึ่งก็มีให้เลือกหลากหลายชนิด ทั้งรถกระบะ รถหกล้อ และรถสิบล้อ ตามแต่ขนาดของงาน และสิ่งของที่ต้องการจะขน โดยที่เราไม่ต้องเอารถของเรามาเสี่ยง หรือว่าเสียเวลามาขนเองเลย

เพียงแค่เรียกใช้บริการรถขนของ แล้วก็จ่ายเงิน ก็ได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่าง แล้วทุกวันนี้มีรถแบบไหนบ้าง เราจะเลือกใช้อย่างไร ให้เหมาะสมกับงานของเรามากที่สุด ลองมาดูความแตกต่างของรถแต่ละชนิดกัน ว่ามีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

-รถกระบะตอนเดียว ชนิดที่มีคอก จะเป็นรถที่มีการต่อเติม หรือว่าเพิ่มคอกเข้ามา เพื่อให้สามารถบรรทุกสิ่งของได้เยอะกว่าเดิม เป็นรถขนของราคาถูก ที่นิยมเอามาใช้ในการขนของเกษตร อย่างเช่นผัก หรือว่าผลไม้ ที่ต้องการความคล่องตัวสูง บรรทุกน้ำหนักได้มากๆ แต่การจะเลือกใช้รถกระบะที่มีการต่อเติม เราก็ควรดูว่า รถที่ให้บริการนั้น มีการขออนุญาตต่อเติมถูกต้องหรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะมีรปัญหาระหว่างการขนส่งได้

-รถกระบะตอนเดียวชนิดที่มีตู้ เป็นรถที่เหมาะสมกับการขนย้ายข้าวของ เช่นการย้ายบ้าน หรือว่าย้ายออฟฟิศ ที่ต้องการให้ข้าวของอยู่อย่างมิดชิด ไม่ถูกแดดถูกฝน สามารถที่จะขนได้ครั้งละมากๆ เดินทางได้สะดวก เป็นรถที่เราพบเห็นกันได้บ่อยตามท้องถนน เช่นรถขนส่งพัสดุของบริษัทหลายบริษัท ก็มักใช้รถกระบะ ที่มีลักษณะอย่างที่ว่านี้

-รถบรรทุก 4 ล้อใหญ่ รูปร่างลักษณะคล้ายกับรถหกล้อ เพียงแต่มีสี่ล้อ เป็นรถขนของราคาถูก ที่สามารถบรรทุกน้ำหนัก ได้มากว่ารถกระบะ ราคาค่าบริการ ก็จะสูงกว่ารถกระบะแบบธรรมดา แต่สามารถที่จะขนในปริมาณมากๆ ถ้าข้าวของของมีเยอะ จนคิดว่ารถกระบะคันเดียว ไม่น่าจะขนพอก็ให้เลือกใช้รถกระบะสี่ล้อใหญ่ จะถือว่าคุ้มกว่า ถูกกว่าการไปเช่าหกล้อด้วย

สำหรับการจะเลือกใช้รถแต่ละชนิด ให้เหมาะสมกับงานที่ต้องการนั้น เราก็ต้องดูรถแต่ละประเภทก่อน ดูว่ามีความแข็งแรง มีมาตรฐานหรือไม่ และมีถูกกฎหมายหรือไม่ อย่างถ้าจะเอาไปขนผลไม้ รถกระบะธรรมดา ไม่สามารถที่จะขนได้แน่นอน จะต้องเป็นรถที่มีการเสริมแหนบมาด้วย เพื่อให้เหมาะสมกับงานหนักๆ และมีการเสริมคอกที่แข็งแรง เพื่อให้รองรับน้ำหนักได้อย่างเหมาะสม

หรือถ้าเป็นรถที่มีตู้อยู่ด้านหลัง ก็ต้องมีอุปกรณ์สสำหรับรัด เพื่อให้ของที่บรรทุกอยู่มีความปลอดภัย ไม่เสียหาย และต้องมีการเสริมแหนบ เพื่อให้รถสามารถบรรทุกน้ำหนักมากๆ ได้อย่างปลอดภัย

ทั้งหมดนี้เป็นรถขนของราคาถูก ที่เราเห็นกันบ่อยในปัจจุบัน ละถ้าหากเราจะเลือกใช้บริการรถชนิดไหน ก็ให้เลือกตามแบบที่ได้บอกเอาไว้ข้างต้น เพื่อความปลอดภัยของข้าวของของเราเอง และเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายของเราด้วย ในการเลือกใช้รถให้เหมาะสมกับงานแต่ละงาน